เสริมหน้าอก เพิ่มความอึ๋มให้รูปร่าง

เสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก  ในปัจจุบันคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ขนาดหน้าอกเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้หญิงของเรา เพราะการออกแบบเสื้อผ้าบางแบบก็ออกแบบให้โค้งเว้า การมีหน้าอกก็ช่วยให้เราใส่เสื้อผ้าได้พอดี และดูดีขึ้น ใครๆก็อยากใส่ชุดอะไรดูสวย ถูกไหมคะ ในยุคนี้ผู้หญิงนิยมทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกมากขึ้น เพราะนวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบันทำให้การเสริมหน้าอกมีความปลอดภัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอับไซส์ เปลี่ยนรูปร่าง เพิ่มขนาด หรือแม้แต่แก้ปัญหาต่างๆ ของหน้าอก ก็ตอบสนองและสามารถทำออกมาได้ดีเลยค่ะ

ปัญหาหน้าอกที่ควรเสริม

หน้าอกไม่เท่ากัน โดยปกติขนาดหน้าอกของผู้หญิงทุกคนจะไม่เท่ากันอยู่แล้ว แต่ขนาดจะไม่ต่างกันมาก อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากกรรมพันธุ์ การใช้ชุดชั้นในผิดประเภทตั้งแต่ยังเด็ก ท่านอนก็ส่งผลต่อหน้าอกได้ หรือการให้นมลูก สามารถส่งผลต่อขนาดของเต้านม

หน้าอกเล็กแบน หน้าอกมีเนื้อน้อย แบนราบไปกับลำตัวเลย 

อกห่างกันไม่ชิดคนดู ผู้หญิงที่มีหน้าอกกว้าง เกิดได้จากหลายสาเหตุรวมทั้งกรรมพันธุ์  หรือการใช้บราผิด การนอนผิดท่าจะทำให้หน้าอกเยิน และอาจเป็นปัญหาในชีวิตประจำวันได้ เช่น การแต่งตัวอาจทำให้ขาดความมั่นใจ ใส่ชุดแล้วไม่สวย ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการผ่าตัดโดยคลินิกเสริมหน้าอก

หน้าอกหย่อนคล้อย ขนาดหน้าอก คุณไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าอกใหญ่ ขนาดเล็กสามารถปรับได้ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อหน้าอกที่อ่อนแอ หรือมีหลายสาเหตุ เช่น อายุมากขึ้น การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว สามารถตกแต่งศัลยกรรมให้แน่นขึ้นได้

ซิลิโคน  เสริมหน้าอก 

เมื่อเราสามารถเลือกวิธีการเพิ่มขนาดเต้านมที่เหมาะกับเราได้แล้ว คราวนี้มาเลือกซิลิโคนกัน ถ้าอยากเสริมออกมาแล้วดูใหญ่ ฟู สวย ต้องเลือกซิลิโคนทรงกลม หรือถ้าอยากให้หน้าอกดูเป็นธรรมชาติก็ต้องเลือกทรงหยดน้ำเป็นการเสริมซิลิโคนเลียนแบบหน้าอกธรรมชาติ

  • ซิลิโคนทรงหยดน้ำ  เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการหน้าอกใหญ่ ฉันแค่อยากดูเป็นธรรมชาติ เมื่อเสริมออกมาแล้วหน้าอกอาจจะหย่อนคล้อยเล็กน้อย เนื่องจากซิลิโคนหยกน้ำ ได้รับการออกแบบให้เลียนแบบหน้าอกรูปลักษณ์ที่ หลังจากทำนมแล้วไม่จำเป็นต้องนวด 
  • ซิลิโคนกลม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการขยายขนาดหน้าอกโดยทั่วไป ผู้ที่ต้องการขยายขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้น หรือผู้ที่ต้องการขยายหน้าอกด้านบนให้ดูเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะใส่ชุดแบบไหนก็ดูเซ็กซี่

ตำแหน่งการวางซิลิโคน

กรณีใส่นมไว้ใต้เนื้อนม วิธีนี้ไม่ค่อยเจ็บเพราะไม่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ แต่ตำแหน่งนี้มีโอกาสเกิดพังผืดสูง และไม่เหมาะกับคนผอมที่มีหน้าอกเล็กเพราะขอบซิลิโคนจะมองเห็นได้ชัดเจน 

กรณีใต้กล้ามเนื้อ การวางตำแหน่งนี้ หลังการผ่าตัดจะทำให้หน้าอกตึงมาก และต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่จะไม่เห็นขอบถุงซิลิโคน เท่าวิธีแรก วิธีนี้จะดีกว่า ลดโอกาสที่ถุงซิลิโคนเสื่อมสภาพ และเกิดพังผืดได้ยาก

การเสริมหน้าอก ไม่ว่าจะวางซิลิโคนไว้ส่วนไหน ก็ไม่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะถุงซิลิโคนจะอยู่ใต้นมที่ใช้ทำน้ำนม จึงไม่กระทบต่อการผลิตน้ำนมแต่อย่างใด หากคุณกำลังตั้งครรภ์ คุณสามารถให้นมได้ตามปกติ

เอนโดไทน์ ศัลยกรรมยกกระชับ

Related Post

ประโยชน์ของนมผึ้งที่มีต่อสุขภาพประโยชน์ของนมผึ้งที่มีต่อสุขภาพ

สำหรับ นมผึ้ง นั้นเป็นผลผลิตที่หลั่งออกมาจากต่อมไฮโปฟาริงจ์ (Hypopharyngeal Gland) ของผึ้งงาน นมผึ้งมีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวคล้ายน้ำนม รสหวาน มีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นอาหารหลักของผึ้งนางพญาและตัวอ่อนผึ้งเพื่อช่วยกระตุ้นในการเจริญเติบโต หลายประเทศใช้นมผึ้งในฐานะยารักษาโรค อาหารเสริม หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนผสมของครีมบำรุงและเครื่องสำอาง ประโยชน์ของนมผึ้งที่มีต่อสุขภาพ 1. ลดระดับไขมันในเลือด นมผึ้งมีส่วนประกอบของสารอาหารหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือกรดไขมันสายกลาง (Medium Chain Fatty Acid) และสารประกอบที่มีคุณสมบัติช่วยลดไขมันในเลือด ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาที่ให้ผู้หญิงวัยทองสุขภาพดีจำนวน 36 คนรับประทานนมผึ้งขนาด 150 มิลลิกรัม เป็นเวลา 3 เดือน โดยตรวจปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ รวมถึงระดับไขมันในเลือดทั้งก่อนและหลังการทดลอง พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของระดับไขมันในเลือดอย่างมีนัยสำคัญ โดยที่ระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL) ลดลง 4.1% ระดับคอเลสเตอรอลรวม (TC) ลดลง 3.09% และระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (HDL) เพิ่มขึ้น 7.7% จากผลการทดลองอาจกล่าวได้ว่าการรับประทานนมผึ้งอาจมีส่วนช่วยลดระดับไขมันในเลือดและอาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการควบคุมอาการวัยทองที่เกี่ยวข้องกับภาวะไขมันในเลือดสูง นอกจากนี้

6 วิธีดูแลสมอง ก่อนจะมีอาการโรคอัลไซเมอร์6 วิธีดูแลสมอง ก่อนจะมีอาการโรคอัลไซเมอร์

หากใครยังคิดว่าโรคอัลไซเมอร์ หรืออาการสมองเสื่อม ยังเป็นอาการเจ็บป่วยที่ไกลตัวอยู่ละก็ อาจจะต้องคิดเสียใหม่แล้ว เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขได้เผยถึงจำนวนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในประเทศไทยปี 2558 ว่า มีจำนวนมากถึง 600,000 ราย และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นถึง 1,117,000 รายในปี 2573 ซึ่งหากมองในภาพรวมของทั้งโลกนั้น ในปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่า จำนวนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์มีมากกว่า 50 ล้านราย และในทุกๆ 68 วินาที จะมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 1 ราย จากเทคโนโลยีในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์พบว่าโรคอัลไซเมอร์เกิดได้จากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน ทั้งจากพันธุกรรม จากความผิดปกติทางชีววิทยาในสมอง ที่ส่งผลให้การทำงานของโครงสร้างเครือข่ายเซลล์ประสาทที่ติดต่อระหว่างกันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติอีกต่อไป ผู้ป่วยจะเกิดความบกพร่องทางสมองในส่วนของสติปัญญา เช่น ความคิด ความจำ และการตัดสินใจ ในขณะที่สมองส่วนที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวยังใช้การได้ดี โดยความเสี่ยงจะมากขึ้นเรื่อยๆ ทันทีที่อายุเข้าสู่วัย 65 ปีเป็นต้นไป อาการของอัลไซเมอร์อาจเริ่มจากการสูญเสียความทรงจำระยะสั้น จนไม่สามารถจำอะไรใหม่ๆ ได้ นานวันเข้าอาจจำเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้ไปด้วย หรือแม้แต่จำไม่ได้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคืออะไร เหมือนอย่างที่เราได้ยินข่าวอยู่บ่อยๆ ว่า ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ออกจากบ้านแล้วหายตัวไป

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเห็ดไมตาเกะเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเห็ดไมตาเกะ

การเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงแห่งการมีความสุขกับผลผลิตเกษตรอร่อยหลากหลาย หนึ่งในอาหารที่อร่อยในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่นคือ เห็ด วันนี้เราจึงมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเห็ดไมตาเกะ เห็ดที่คนญี่ปุ่นให้ฉายาว่าเป็นราชาแห่งเห็ด มาฝากกัน เห็ดไมตาเกะกับคุณค่าในการเป็นยาทางธรรมชาติ ไมตาเกะเป็นเห็ดที่มีขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วยโพลีแซ็คคาไรด์ (Polysaccharide) ที่มีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและไขมันอุดตันในเส้นเลือด เบต้า กลูแคน (Beta glucan) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน ต้านการเจริญของเซลล์มะเร็ง และต้านการอักเสบ  เออร์โกสเตอรอล (Ergosterol) ซึ่งเป็นคอสเตอรอลที่พบในธรรมชาติที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมเพื่อเสริมความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ไมตาเกะยังอุดมไปด้วย เส้นใยอาหารและวิตามินอีกหลายชนิด เช่น วิตามินบี และวิตามินดี เป็นต้น ตัวช่วยที่ดีของการลดน้ำหนัก เห็ดไมตาเกะเป็นเห็ดอร่อยที่สามารถนำไปปรุงอาหารให้อร่อยกับวัตถุดิบใด ๆ ก็ได้ ไมตาเกะ 100 กรัม มีแคลอรี่เพียง 16 กิโลแคลอรี่ และมีไฟเบอร์สูง จึงเหมาะกับคนที่ต้องการลดและควบคุมน้ำหนัก เมื่อรับประทานเข้าไปไฟเบอร์ในเห็ดจะดูดซึมความชื้น ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องนาน นอกจากนี้เห็ดไมตาเกะยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยเสริมการสลายตัวของคอเลสเตอรอลและไขมันในร่างกาย รวมถึงช่วยลดการดูดซึมไขมันจากอาหารเข้าสู่ร่างกายด้วย ช่วยป้องกันและต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ไมตาเกะเป็นเห็ดเพียงชนิดเดียวที่ประกอบด้วย MD-fraction