โรคสมาธิสั้นในเด็ก

ADHD

รู้จักโรคสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder – ADHD) เป็นโรคทางจิตเวชที่ส่งผลให้มีสมาธิสั้น ขาดการควบคุมการเคลื่อนไหว ทำให้ดูซุกซน ฟุ้งซ่านง่าย ไม่เคยยืนนิ่ง เวลาพูดจะไม่ค่อยใส่ใจและไม่ค่อยเก็บรายละเอียด ขาดความรับผิดชอบ พบได้บ่อยในเด็กอายุระหว่าง 3 ถึง 7 ปี ในจำนวนน้อย อาการแสดงชัดเจนขึ้นหลังจากอายุ 7 ขวบ เพราะเป็นเวลาที่ต้องเข้าเรียน มีภาระงานและการบ้านมากมายในเวลาเดียวกัน มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและครู รวมทั้งต้องรู้จักปรับตัวในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นและการเข้าสังคม โรคสมาธิสั้นไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่หนึ่งในนั้นคือกลีบสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมองที่มีสมาธิจดจ่อและควบคุมอารมณ์ได้ไม่กระฉับกระเฉง

สัญญาณเตินรีบรักษา

โรคสมาธิสั้น หากเด็กป่วยด้วยโรคสมาธิสั้น มีเพียง 15-20% เท่านั้นที่สามารถรักษาได้เองในวัยผู้ใหญ่ แต่ประมาณ 60% จะไม่หายขาดและจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป ดังนั้นจึงควรระวังสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องเข้ารับการรักษาแล้ว คือ

  • เกรดต่ำกว่า หากมีอาการมากมักพบได้ในช่วงชั้น ป.1 – ป.2 และผลการเรียนจะตกมากขึ้นในช่วงป.4 แต่กรณีเด็กที่มีความสามารถไอคิว (Intelligence Quotient) สติปัญญาสูงอาจไม่ส่งผลต่อผลการเรียนของคุณมากนัก และอาจเริ่มสังเกตเห็นอาการในช่วงมัธยม แต่ในเด็กที่มีทั้งสมาธิสั้นและบกพร่องทางการเรียนรู้ ในขณะเดียวกันก็จะส่งผลต่อผลการเรียนค่อนข้างมาก คะแนนสอบไม่ผ่าน
  • เด็กเริ่มแยกจากกลุ่ม อยู่คนเดียว ไม่ชอบการสื่อสารและการเข้าสังคม (ถูกเพื่อนปฏิเสธหรือรังแก)
  • เด็กหรือเพื่อนที่เขาเล่นด้วยได้รับบาดเจ็บ เพราะเล่นรุนแรงเกินไป
  • ผู้ปกครองเริ่มสงสัยและเห็นความผิดปกติของเด็กชัดเจนขึ้น

วิธีการรักษา

โรคสมาธิสั้น ปัจจุบันมีวิธีการรักษา 4 วิธี

  1. เรียนตัวต่อตัว เพื่อช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้จะไม่สามารถเรียนรู้ได้ทันเวลา ผู้ปกครองควรหาวิธีพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กอย่างเหมาะสม
  2. ปรึกษาแพทย์ต่อไป เพื่อทำความเข้าใจและขอคำแนะนำเทคนิคการเลี้ยงลูกที่ถูกต้อง การสื่อสารระหว่างแพทย์ ครู ผู้ปกครอง เพื่อลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กที่อาจเกิดขึ้น
  3. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก ซึ่งจะได้ผลมากในเด็กเล็กที่เต็มใจรับการฝึกอบรมให้อยู่นิ่งๆ
  4. ใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง เลือกประเภทของยาที่เหมาะสมกับอาการโรคสมาธิสั้นและอายุของเด็ก เช่น เมทิลเฟนิเดต กระตุ้นการทำงานของสมองให้หลั่งสารสื่อประสาทมากขึ้น ผลการรักษาจะอยู่ที่ประมาณ 70-80% และอาการของเด็กจะดีขึ้นภายใน 1-4 สัปดาห์หลังรับประทานยา

ข้อแนะนำในการช่วยเหลือแด็กสมาธิสั้น

  1. ให้เวลาเด็กมากกว่าเด็กปกติระหว่างการสอบ
  2. ให้เด็กนั่งข้างหน้าหรือใกล้กับครูมากที่สุดขณะสอน
  3. ให้เด็กนั่งห่างจากประตูและหน้าต่าง
  4. เขียนการบ้านหรืองานที่เด็กต้องทำในชั้นเรียนให้ชัดเจนบนกระดานดำ
  5. ตรวจสอบสมุดงานของเด็กเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กได้ทำงานที่ได้รับมอบหมายทั้งหมดแล้ว
  6. อย่าสั่งให้ลูกทำงาน หลายอย่างพร้อมกัน ให้เด็กๆ ทำภารกิจทีละอย่าง ก่อนจะออกคำสั่งต่อไป
  7. คิดรูปแบบการเตือนหรือเรียกให้เด็กกลับมาจดจ่อกับบทเรียนโดยไม่เสียหน้า
  8. เพิ่มงานที่หนักหน่วงสำหรับกลุ่มที่อยู่ประจำ เช่น เพิ่มเวลาสำหรับกีฬา มอบหมายงานเพื่อลบกระดาน ช่วยครูแจกงานที่มอบหมายให้ทำ
  9. เมื่อลูกทำผิด ควรใช้วิธีตัดเกรด งดพัก ทำกะ หรืออยู่หลังเลิกเรียน (เพื่อทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ)