ประโยชน์ของแตงโม ที่มีมากกว่าความหวาน

สำหรับ แตงโม นั้นมีประโยชน์มากมายเลย คนไทยจึงนิยมรับประทานกันมาก เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ ก็ยังมีรสชาติที่หวาน กรอบ อร่อย และยังช่วยคลายร้อนได้ดี การรับประทานแตงโมในรูปแบบการแช่เย็น นับว่าเป็นอีกวิธีที่ช่วยได้ดีเลยทีเดียว เพราะเป็นการดับอุณหภูมิความร้อนจากภายใน และนอกจากการทานแตงโมแบบผลสดๆ เรายังสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม หรือท็อปปิ้งกินคู่กับไอศครีมเย็นๆ เพิ่มอรรถรสในการทานสร้างความหลากหลายให้ทุกเมนูได้อย่างน่าอัศจรรย์

วันนี้เราจึงมี ประโยชน์ของแตงโม ที่มีมากกว่าความหวาน มาบอกทุกคนกัน ว่านอกจากความอร่อยแล้ว ยังมีอะไรอีกบ้าง

สารอาหารที่อยู่ในแตงโมมีอะไรบ้าง
ผลไม้หน้าร้อนที่ใครๆ ก็รู้จักเป็นที่ทานเมื่อไหร่ก็ทำให้รู้สึกสดชื่น ซึ่งสารอาหารในแตงโมนี้มีมากมายจนเราคาดไม่ถึงเลยทีเดียวเพราะแค่ทานในปริมาณ 1 ถ้วยต่อวัน ก็สามารถทำให้เราได้รับสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้อย่างเต็มเปี่ยม ดังนี้

  • พลังงาน 46 แคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 6 กรัม
  • ไฟเบอร์ 6 กรัม
  • แคลเซียม 8 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 9
  • แมกนีเซียม 4 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 172 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 5 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ลูทีน ไลโคปีน โคลีน ที่อยู่ในแตงโม และเข้าไปช่วยปรับความสมดุล บรรเทาอาการโรคต่างๆ ช่วยให้สุขภาพของคุณแข็งแรงขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ของแตงโม
ใครว่าแตงโมมีดีแค่อร่อยคงต้องคิดใหม่เสียแล้ว เพราะยังมีประโยชน์อีกหลายด้านดังต่อไปนี้ แอบแฝง โดยที่คุณไม่รู้ตัว และคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ป้องกันโรคหอบหืด
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า อนุมูลอิสระมีส่วนที่ทำให้คุณสามารถป่วยเป็นโรคหอบหืดได้ การที่ทานแตงโมเข้าไปจะทำให้สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซี เข้าไปช่วยป้องกัน ไม่ให้เกิดการกระตุ้นอาการใดๆ แทรกซ้อนได้เพิ่มเติม และลดโอกาสที่ทำให้คุณป่วยอยู่ในภาวะหอบหืดได้

ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (The National Cancer Institute (NCI) พบว่าสารต้านอนุมูลอิสระในแตงโมช่วยลดความเสียหายของเซลล์ที่อาจก่อให้เกิดเป็นโรคมะเร็งได้ พร้อมทั้งมีไลโคปีนที่ยับยั้งความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกเช่นกัน

บำรุงสมอง และระบบประสาท
การรับประทานแตงโมที่เพียงพอต่อวันเป็นประจำ อาจช่วยให้คุณมีความจำที่ดีขึ้น มีการพัฒนาของสมองด้านการเรียนรู้ และยังรักษาโครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ จากโคลีนที่เป็นสารชนิดหนึ่งที่อยู่ในแตงโม แต่ถึงอย่างไรยังไม่มีหลักฐานเพียงพอถึงการรับประทานแตงโมเพื่อชะลอการลุกลามของโรคสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ได้

บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ
ด้วยแตงโมเป็นผลไม่ที่มีน้ำเยอะถึง 90% จึงทำให้ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ และช่วยฟื้นฟูการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายมาหนักๆ ได้ ในการศึกษาปี 2017 ได้ทดสอบให้นักกีฬาดื่มน้ำผลไม้ก่อนการแข่งขัน 2 ชั่วโมง โดยผู้ดื่มรายงานว่า อาการปวดกล้ามเนื้อนั้นบรรเทาลง และดีขึ้นกว่าเดิม

เพิ่มประสิทธิภาพด้านการมองเห็น
ไลโคปีนที่ถูกค้นพบอยู่ในผลแตงโม มีส่วนช่วยให้ดวงตาของเรามีการทำงานที่ดี ลดการอักเสบ และป้องกันการเสื่อมสภาพของจอประสาทตาตามการใช้งาน หรือช่วงอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ตาของคุณบอดได้

บำรุงผิว และเส้นผม
วิตามินเอ วิตามินซี ที่อยู่ในแตงโม มีความสามารถในการสร้างคอลลาเจน ที่เป็นโปรตีนส่งเสริมให้เส้นผมของคุณดูสุขภาพดีแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย และเพิ่มความอ่อนนุ่มให้แก่ผิวของคุณดูชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ไม่แห้งกร้าน หรือแตกเป็นขุย จนทำให้คุณรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ

ความเสี่ยงของการรับประทานแตงโมมากเกินควร
การรับประทานแตงโมที่พอดีควรทานอยู่ในปริมาณ 1 ถ้วยต่อวัน หรือในปริมาณ 154 กรัม จึงจะพ้นจากความเสี่ยง และไม่มีอันตรายใดๆ ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่หากรับประทานมากเกินไป อาจมีผลกระทบต่อผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคเบาหวาน และโรคภูมิแพ้ ที่ส่งผลให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เป็นโรคลมพิษ และระบบทางเดินหายใจมีปัญหา หรือหายใจลำบาก

สำหรับ ประโยชน์ของแตงโม ที่มีมากกว่าความหวาน ที่เรานำมานั้น แม้ว่าทุกคนจะได้รู้ประโยชน์ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโทษ การทานอะไรเยอะๆ ย่อมมีโทษทั้งนั้น ดังนั้นคุณจึงควรรับประทานแต่พอเหมาะ และถ้าหากมีอาการแพ้ หรือสัญญาณอาการแทรกซ้อนรุนแรงผิดปกติ เช่น คลื่นไส้ ลิ้น และลำคอบวม ควรเข้ารับการปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญใกล้บ้านคุณทันที

Related Post

28 สรรพคุณของอัญชัน28 สรรพคุณของอัญชัน

อัญชัน เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ปลูกทั่วไปในเขตร้อน ลักษณะของดอกอัญชันจะมีสีขาว สีฟ้า สีม่วง ส่วนตรงกลางดอกจะมีสีเหลือง และรูปทรงคล้ายหอยเชลล์ มีสรรพคุณที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะมีสารที่ชื่อว่าแอนโทไซยานิน ซึ่งมีหน้าที่ไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น เช่น ไปเลี้ยงบริเวณรากผม ซึ่งช่วยทำให้ผมดกดำ เงางาม หรือไปเลี้ยงบริเวณดวงตาจึงช่วยบำรุงสายตาไปด้วยในตัว หรือไปเลี้ยงบริเวณปลายนิ้วมือ ซึ่งก็จะช่วยแก้อาการเหน็บชาได้ด้วย และที่สำคัญสารนี้ยังมีความโดดเด่นที่ใครหลาย ๆ คนยังไม่ทราบ นั่นก็คือช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดอุดตันได้ และการกินดอกอัญชันทุกวัน วันละหนึ่งดอก จะช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดสมองตีบได้อีกด้วย สรรพคุณของอัญชัน นิยมนำมาปลูกไว้ตามรั้วบ้านเพื่อความสวยงาม น้ำอัญชันมีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย เครื่องดื่มน้ำอัญชันช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายและเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและริ้วรอยแห่งวัย ดอกอัญชันมีฤทธิ์ในการละลายลิ่มเลือด ช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดสมองตีบ ช่วยรักษาอาการผมร่วง (ดอก) อัญชันทาคิ้ว ทาหัว ใช้เป็นยาปลูกผม ปลูกขนช่วยให้ดกดำเงางามยิ่งขึ้น (น้ำคั้นจากดอก) ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดเส้นเลือดอุดตัน ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน อัญชันมีคุณสมบัติในการช่วยล้างสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย ช่วยบำรุงสายตา

สาเหตุที่ทำให้เกิดควันขาว ควันดำสาเหตุที่ทำให้เกิดควันขาว ควันดำ

หลายๆคนคงจะเคยเห็น ควันขาว ควันดำ กันมาตลอด ตามท้องถนน แต่สงสัยไหมว่าควันดำ ควันขาวเหล่านั้นเกิดมาจากอะไร ควันเหล่านี้มักจะเกิดปัญหามาจากรถที่ใช้ไปสักระยะหนึ่ง ซึ่งปัญหาเรื่องของควันรถยนต์ที่ออกมาจากท่อไอเสียมากเกินกว่าปกตินั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย ไม่ว่าจะเป็นควันดำ ควันขาว สร้างมลพิษให้ตัวเราและคนรอบข้าง ที่สำคัญยังสิ้นเปลืองน้ำมันจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์อีกด้วย  ควันขาว เกิดจากการเผาไหม้น้ำมัน กับน้ำมันเครื่องร่วมกัน ที่อุณหภูมิการเผาไหม้ ไม่ถึงจุดที่ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ และเมื่อเผาไหม้แล้ว ควันที่ออกปลายท่อไอเสีย เจออุณหภูมิต่ำกว่า และความชื้น ทำให้กลายเป็นควันขาว ควันดำ เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ คือเชื้อเพลิงมีมากกว่าอากาศในห้องเผาไหม้ สัดส่วนระหว่างเชื้อเพลิงต่ออากาศไม่พอดี จึงเกิดควันดำ สาเหตุควันขาวเกิดจาก 1. เกิดชุดแหวนลูกสูบเกิดการชำรุดเสียหาย ลูกสูบ เสื้อสูบ หลวม เกิดช่องว่างระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบ แหวนกวาดน้ำมันไม่สามารถกวาดน้ำมันลงกลับไปที่อ่างน้ำมันเครื่องได้หมด แต่กลับหลุดรอดเข้าไปในห้องเผาไหม้ได้ จากการที่แรงอัดในกระบอกสูบมีมาก และแหวนกันกำลังอัดรั่วไม่สามารถทนต่อแรงอัดที่เพลาข้อเหวี่ยงดันอัดลูกสูบ ซึ่งอาจเกิดจากแหวนอัดสึก หรือกระบอกสูบสึก ทำให้น้ำมันเครื่องหลุดเข้าห้องเผาไหม้ได้ คือน้ำมันเครื่องถูกอัดจากล่างขึ้นบน 2. เกิดการรั่วซึ่มของซีลฝาสูบ เครื่องยนต์ร้อนจัดบ่อยๆ จากการที่น้ำหม้อน้ำขาด

บ้านร้อนแก้ไขอย่างไรดีบ้านร้อนแก้ไขอย่างไรดี

สำหรับในประเทศไทยนั้น มีหลายฤดูกาล แต่ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลไหน ฤดูฝน หรือฤดูหนาว ก็ไม่ทำให้อากาศร้อนจากแสงอาทิตย์นั้นหายไป นั่นจึงเป็นเตุผลที่ทำให้บ้านของเรานั้นร้อนเอามากๆในเวลากลางวัน บางบ้านนั้นอาจจะมีทางเลือกโดยการเปิดเครื่องปรับอากาศ แต่หากบางบ้านนั้นไม่มีล่ะ คงจะต้องทนร้อนอย่างนั้นเหรอ ไม่ยากเลย วันนี้เรามีบทความ บ้านร้อนแก้ไขอย่างไรดี มาฝากทุกคนที่กำลังประสบปัญหากัน 1.เพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในห้องด้วยพัดลมเพดาน พัดลมเพดานเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการทำให้ห้องๆ นั้นอุณหภูมิลดลง แถมยังไม่กินพื้นที่ภายในห้องนั้นๆ อีกด้วย เพียงเท่านี้ปัญหาบ้านร้อนก็สามารถบรรเทาลงได้แล้ว 2.ปรับการวางเฟอร์นิเจอร์ตามฮวงจุ้ย ฟังดูเหมือนจะไม่เกี่ยวแต่รู้หรือไม่ว่าตำแหน่งการวางเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน โดยเฉพาะการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ถูกต้องตามทิศทางลมและแสงแดดที่เข้าตัวบ้านนั้นถือว่ามีความสำคัญ โดยลองจัดวางเฟอร์นิเจอร์ใหม่ไม่ให้มีสิ่งใดบังทิศทางลมไหลเวียนเข้าสู่ตัวบ้าน ในขณะเดียวกันอาจเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นวางเพื่อช่วยบังแดด 3.ติดผ้าใบบังแดด เทคนิคการลดความร้อนให้บ้านอย่างหนึ่งคือการทำให้แดดอยู่ห่างจากกำแพงบ้าน ในขณะที่ลมก็ยังสามารถผ่านเข้ามาได้ ดังนั้นการเลือกติดผ้าใบกันแดดบริเวณหน้าต่างที่เป็นช่องทางให้แสงแดดเข้ามานั้นจะช่วยลดความร้อนภายในบ้าน และยังช่วยประหยัดพลังงาน เพราะเราไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศเลย เราสามารถเริ่มแก้ไขบ้านร้อนด้วยวิธีนี้ได้ง่ายๆ เลย  4.ปลูกต้นไม้ ต้นไม้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่ช่วยสร้างความเย็นให้กับร่างกายและจิตใจ หากบริเวณบ้านของคุณพอจะมีพื้นที่อยู่สักหน่อย การนำต้นไม้มาปลูกรอบบ้านจะช่วยทำให้บ้านเย็นขึ้น โดยเฉพาะในทิศทางที่แดดส่องแรงอย่างทิศตะวันตก 5.บานหรือระแนงบังตา ในช่วงอากาศร้อนเราสามารถใช้ระแนง หรือบานบังตาตอนเราเปิดหน้าต่างได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยกรองแสงแดดแล้ว ถ้ามีมุมที่ยื่นออกไปนอกบ้านและมีระแนง หรือบังตาอยู่ เรายังจะได้มุมนั่งเล่นชิลบริเวณนั้นได้อีกด้วย 6.เลี่ยงการสร้างความร้อนภายในบ้าน การประกอบอาหารประเภทที่สร้างความร้อนอย่างปิ้ง ย่างนั้นก็ยิ่งเป็นการเพิ่มอุณหภูมิให้กับบ้าน